Ozzy ในช่วงต้นยุค 80’s นั้นเพิ่งจะคืนชืพในวงการ Metal หลักจากที่ถูกไล่ออกจากวง Black Sabbath ที่เขาร่วมก่อตั้งมา
หลังจากชีวิตแย่อยู่พักนึงเขาก็กลับมาประสบความสำเร็จจากอัลบั้ม Blizzard of Ozz ที่ออกมาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 1980
โดยอัลบั้มนี้มีหลายเพลงที่ติด UK Singles Chart และมีแผนที่จะปล่อยอัลบั้มในอเมริกาช่วงเดือนมีนาคม 1981
ในช่วงนั้น Black Sabbath ก็เตรียมที่จะปล่อย Heaven and Hell อัลบั้มใหม่ที่ร่วมงานกับนักร้องคนใหม่อย่าง Ronnie James Dio ในช่วงไล่เลี่ยกัน ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างกดดันสำหรับทุกฝ่าย
————
วันที่ 27 มีนาคม 1981 ออสซี่มีประชุมกับ CBS ซึ่งเป็นเจ้าของ Epic Records ที่เซ็นต์สัญญากับออสซี่ด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่ ซึ่งเป็นดีลใหญ่มากๆสำหรับออสซี่
Sharon ซึ่งเป็นผู้จัดการของออสซี่ และต่อมาเป็นภรรยาของออสซี่ได้เล่าให้ฟังว่า
“มันเป็นวันแรกที่ออสซี่จะได้พบกับทีมงาน Artist Relation และทีมโปรโมท ของ CBS ที่ Los Angeles
ที่ผ่านมาออสซี่ได้แต่ดีลเล็กๆทั้งนั้น ไม่มีใครอยากได้ออสซี่เลย การที่พวกเขาเซ็นต์สัญญากับออสซี่ด้วยมูลค่า 65,000USD นั้นมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับอัลบั้มนี้ (ปัจจุบัน 220,000USD เทียบเงินเฟ้อ ราว 8 ล้านบาท)
ออสซี่เลยเป็นศิลปินสำคัญในระดับเดียวกับ ไมเคิล แจ็คสันเลย พวกเขาจะจดจำออสซี่ได้แน่ๆ
เราเลยเตรียมนกพิราบขาวสำหรับสันติภาพ มาปล่อยในงานด้วย งานจะต้องออกมาน่ารักและอบอุ่นแน่ๆ
นกพิราบอาจจะอึใส่โต๊ะบ้าง แต่มันก็คงจะตลกดี
ในที่ประชุมมีคนอยู่ราวๆ 20-30 คน พอออสซี่ปล่อยนก ทุกคนก็กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาตรงนั้น
….. พอหันกลับมาที่ออสซี่ …..
เขาเอาหัวนกอีกตัวนึงใส่ปาก กัดจนหัวของนกผู้โชคร้ายตัวนั้นขาด!!
บ้วนหัวของนกออกมา แล้วโยนตัวของนกลงบนโต๊ะกลางที่ประชุม!!
พวกเขาเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมาทันที แล้วพวกเราก็โดนลากออกไปจากห้องประชุม”
————-
ว่ากันว่าวันนั้นออสซี่เมาหนักเลย (หนักเมื่อเทียบกับมาตรฐานของออสซี่)
ออสซี่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในภายหลังว่า
“ผมแค่อยากให้พวกเขาประทับใจ แต่ว่านกตัวนั้นมันตายแล้ว เราวางแผนที่จะปล่อยมัน แต่มันตายซะก่อน แทนที่จะทิ้งมันไป ผมเลยกัดหัวมันเลยดีกว่า คุณน่าจะได้เห็นสีหน้าพวกเขา พวกเขาหน้าซีดกันหมดและพูดอะไรไม่ออกซักคำ”
แต่สุดท้ายอัลบั้ม Blizzard of Ozz ก็สร้างตำนานขึ้นมา ตามหลังตำนานกัดหัวนกพิราบของออสซี่ โดยอัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับที่ 21 บน US Billboard200 Chart
